เข้าใจคุณค่าของลิงก์ nofollow: เมื่อไหร่และทำไมถึงสำคัญ

เข้าใจคุณค่าของลิงก์ nofollow: เมื่อไหร่และทำไมถึงสำคัญ

Maurizio Petrone 1 นาที
สารบัญ

ในโลกของ SEO ลิงก์แต่ละประเภทไม่ได้มีคุณค่าเท่ากันเสมอ หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดในวงการลิงก์บิลดิ้ง คือเรื่องของ nofollow link หลายคนมองว่าลิงก์แบบนี้แทบไม่มีประโยชน์ต่อ SEO แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก nofollow link ว่าแท้จริงคืออะไร เมื่อไรที่มันมีคุณค่า และทำไมควรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลิงก์บิลดิ้งโดยรวมของคุณ

nofollow link คือไฮเปอร์ลิงก์ที่มี rel="nofollow" อยู่ในโค้ด HTML ซึ่งเป็นการบอก search engine ว่าไม่ต้องส่งต่อ link equity (หรือที่เรียกกันว่า “link juice”) จากหน้าต้นทางไปยังหน้าปลายทาง ตรงข้ามกับ dofollow link ที่จะส่งต่อคุณค่าด้าน SEO ไปยังอีกหน้า ช่วยให้มีโอกาสอันดับดีขึ้นใน search engine

Google เริ่มใช้ nofollow ตั้งแต่ปี 2005 เพื่อแก้ปัญหาสแปม โดยเฉพาะในคอมเมนต์บล็อกและฟอรั่ม ปัจจุบัน nofollow กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานสำหรับควบคุมผลกระทบของลิงก์ต่ออันดับใน search engine

นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า nofollow link ไม่มีประโยชน์ต่อ SEO เลย จึงมองข้ามไป แต่จริง ๆ แล้วมุมมองนี้เรียบง่ายเกินไป แม้ nofollow link จะไม่ส่ง link equity โดยตรง แต่ nofollow link ยังมีข้อดีสำคัญอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมความสำเร็จด้าน SEO และ digital marketing ของคุณ

ลองนึกภาพแบรนด์ของคุณถูกพูดถึงใน Forbes, Yahoo หรือ U.S. News—even ถ้าเป็น nofollow link ก็ยังได้ประโยชน์มหาศาล:

  • สร้างการรับรู้แบรนด์: การถูกพูดถึงบนเว็บไซต์ที่มีอิทธิพลสูง ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ของคุณทันที แม้ลิงก์จะเป็น nofollow ก็ยัง ช่วยสร้างภาพลักษณ์และความไว้วางใจ ในสายตากลุ่มเป้าหมาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างตัวเองให้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

  • ทราฟฟิกอ้างอิง: เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก สามารถส่ง ทราฟฟิกอ้างอิง มายังเว็บไซต์ของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น dofollow หรือ nofollow ทราฟฟิกเหล่านี้อาจนำไปสู่ conversion, การแชร์บนโซเชียล หรือแม้แต่ organic link จากเว็บไซต์อื่นที่ค้นพบคอนเทนต์ของคุณ—ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลดีต่อ SEO ของคุณ

ที่ PressHERO เราเห็นผลลัพธ์จริงจากการใช้ nofollow link ในแคมเปญของลูกค้า 85% ของลูกค้า PressHERO เลือกใช้ nofollow link เพราะมองเห็นคุณค่าทางกลยุทธ์ที่ลิงก์เหล่านี้มอบให้

  • สัดส่วนลิงก์: จากลิงก์ที่เราจัดหาให้ลูกค้าทั้งหมด 28% เป็น nofollow และ 72% เป็น follow สัดส่วนนี้สะท้อนโปรไฟล์ลิงก์ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่ง search engine ชื่นชอบ

  • ผลกระทบของการไม่รับ nofollow link: แม้การไม่รับ nofollow link อาจไม่ได้กระทบอันดับ SEO โดยตรง แต่ ผลหลักคือกระบวนการได้ลิงก์จะช้าลง เพราะเว็บไซต์ใหญ่ ๆ หลายแห่งใช้ nofollow กับลิงก์ขาออก หากตัดเว็บไซต์เหล่านี้ออก คุณจะมีเป้าหมายให้เลือกน้อยลง และอาจทำให้แคมเปญลิงก์บิลดิ้งเดินหน้าได้ช้ากว่าที่ควร

เว็บไซต์ DR สูงที่นิยมใช้ Nofollow Attribute

เว็บไซต์ที่มีอิทธิพลสูงจำนวนมากเลือกใช้ nofollow กับลิงก์ขาออก ตัวอย่างเช่น:

  • Forbes (DR 94)
  • Yahoo (DR 92)
  • U.S. News & World Report (DR 91)
  • AOL (DR 91)
  • Lifewire (DR 90)
  • Business Insider (DR 92)
  • Reader’s Digest (DR 87)

เว็บไซต์เหล่านี้ถือเป็นโอกาสทองสำหรับลิงก์บิลดิ้ง หากคุณไม่รับ nofollow link ก็เท่ากับพลาดโอกาสได้ลงสื่อชั้นนำเหล่านี้

โปรไฟล์ลิงก์ที่ดีควรมีทั้ง dofollow และ nofollow อย่างสมดุล สะท้อนธรรมชาติของการเชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์ ซึ่ง search engine มองว่าเป็นสัญญาณบวก หากคุณโฟกัสแต่ dofollow link อาจทำให้ได้ลิงก์ช้าลง และโปรไฟล์ลิงก์ดูไม่เป็นธรรมชาติ จนอาจถูกจับตาโดย search engine

ที่ PressHERO ลูกค้าสามารถเลือกไม่รับ nofollow link ได้ตั้งแต่เริ่มต้น แต่เราขอแนะนำให้พิจารณาข้อดีข้อเสียให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพราะหากรับเฉพาะ dofollow link คุณอาจพลาดโอกาสได้ลิงก์คุณภาพสูงจากเว็บไซต์ที่เน้นใช้ nofollow

สรุป

แม้ nofollow link จะไม่ส่ง link equity โดยตรง แต่ คุณค่าด้านการสร้างแบรนด์และทราฟฟิกอ้างอิง ทำให้มันเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ลิงก์บิลดิ้งที่ครบถ้วน แนวทางที่ได้ผลที่สุดคือสร้างโปรไฟล์ลิงก์ที่สมดุล มีทั้ง dofollow และ nofollow เพื่อเปิดโอกาสรับลิงก์จากแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียง

PressHERO พร้อมช่วยให้คุณตัดสินใจเรื่องกลยุทธ์ลิงก์บิลดิ้งอย่างมีข้อมูล ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ nofollow link หรือไม่ ทีมงานของเรามุ่งมั่นหาลิงก์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์เป้าหมายธุรกิจของคุณ

อยากสร้างโปรไฟล์ลิงก์ที่แข็งแกร่งและหลากหลายกว่าเดิมใช่ไหม? ติดต่อ PressHERO วันนี้ แล้วมาคุยกันว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไร

แชร์

อยากได้ผลลัพธ์แบบนี้ไหม?

จองเซสชันวางกลยุทธ์ฟรี แล้วเราจะแชร์วิธีสร้างลิงก์แบบ Editorial ที่ช่วยเพิ่มทราฟฟิกออร์แกนิกให้คุณ

ไม่มีสัญญาผูกมัด ไม่มีข้อผูกพัน แค่คุยกันตรง ๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ต้องใช้แบ็คลิงก์กี่ลิงก์ถึงจะติดอันดับจริง ๆ?
link-building seo

ต้องใช้แบ็คลิงก์กี่ลิงก์ถึงจะติดอันดับจริง ๆ?

ต้องมีแบ็คลิงก์กี่ลิงก์ถึงจะติดหน้าแรก Google? คำตอบสั้น ๆ: แล้วแต่กรณี มาดูวิธีคำนวณจำนวนที่เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณกัน

2 นาที
สร้างลิงก์ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์?
link-building seo

สร้างลิงก์ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์?

การสร้างลิงก์คือหัวใจของ SEO — แต่เมื่อไหร่กันแน่ถึงจะเริ่มเห็นทราฟฟิกเข้ามาจริง? นี่คือไทม์ไลน์ที่อ้างอิงจากแคมเปญลูกค้า PressHERO

1 นาที
วิธีปรับแต่งแคมเปญ PressHERO ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเลือกเพอร์โซนาที่ใช่
client-guide link-building

วิธีปรับแต่งแคมเปญ PressHERO ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเลือกเพอร์โซนาที่ใช่

การปรับแต่งให้เหมาะสมคือหัวใจของแคมเปญลิงก์บิลดิ้ง ผลลัพธ์จะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเพอร์โซนาที่คุณเลือกตอนตั้งค่า PressHERO นี่คือวิธีที่การเลือกเพอร์โซนา ส่งผลต่อผลลัพธ์โดยตรง

1 นาที